ประวัติความเป็นมา
  ข้อมูลทั่วไป
  วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์
  คณะผู้บริหาร
  สมาชิกสภาเทศบาล
  โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
  หัวหน้าส่วนราชการ/พนักงาน
  ข้อมูลงบประมาณ(รายรับ-รายจ่าย)
  เบอร์โทรศัพท์ภายใน
  ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน
  อำนาจหน้าที่
  ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
  รายงานการประชุมสภาเทศบาล
  รายงานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ
  คำแถลงนโยบายนายก
  มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
  รายงานแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง
  รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจ
  รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2560
  สถานที่ท่องเที่ยว
  กฏบัตรตรวจสอบภายใน
  มาตรฐานการปฏิบัติงาน
  แผนปฏิบัติการป้องกันการทุรจริต
  เจตนารมณ์ตามนโยบายการป้องกันการทุจริต
  คู่มือประชาชน
  บริการงานทะเบียนราษฎร
  บริการชำระภาษี
  การจดทะเบียนพาณิชย์
  บริการขอใบอนุญาตประกอบการ
  บริการขออนุญาตเกี่ยวกับอาคาร
  บริการข้อมูลข่าวสาร
  บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
  งานสังคมสงเคราะห์
  ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์
  Download แบบฟอร์ม
  แผนพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี 61-64
  งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2560
  แผนพัฒนาสามปี(พ.ศ.2560-2562)
  แผนพัฒนาสามปี 2559-2561
  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา (พ.ศ.2558-2562)
  แผนดำเนินงานปี 2559
  แผนดำเนินงานปี 2560
  แผนอัตรากำลัง 4 ปี 2556-2559
  งบประมาณรายจ่าย ปี2559
  รายงานผลการดำเนินงาน ปี2559
  แผนอัตรากำลัง 4ปี 2558-2560(เพิ่มเติม)
  งบประมาณรายจ่าย ปี 2561
  งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562
  แผนดำเนินงานปี62
  รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 60 รอบ1
  แผนขับเคลื่อนหน่วยงาน
  รายงานผลการดำเนินงาน ปี2560
  ข้อมูลย้อนหลัง
ท่านคิดว่าปัญหาใดของเทศบาลตำบลบางเสาธงที่มีความรุนแรงและควรเร่งแก้ไขโดยด่วนที่สุด
ปัญหาน้ำท่วม
ปัญหาขยะมูลฝอย
ปัญหาน้ำเน่าเสีย
ปัญหาความเป็นระเบียบ
ปัญหาการต่อเติมอาคาร
ดูผลโหวด

สติถิผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
32767  
KM เทศบาลตำบลบางเสาธง
 การเขียนโครงการแบบ Logical Framework

Logical Framework หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Log Frame หรือตารางเหตุผลสัมพันธ์ เป็นเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการจัดทำโครงการ เป็นการพัฒนารูปแบบการจัดทำโครงการที่แตกต่างจากแบบดั้งเดิม โดยบริษัท Practical Concepts Incorporated ในสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นขึ้นในปี 2515 และได้รับความนิยมแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ลาตินอเมริกา และอเมริกาใต้ แล้วแพร่หลายไปทวีปต่าง ๆ รวมทั้งทวีปเอเชีย สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเริ่มนำเทคนิคนี้มาใช้ในปี 2518 และแพร่หลายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเขียนแต่ละขั้นตอนเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันแสดงรายละเอียดของรายการต่าง ๆ ไว้อย่างมีหลักเกณฑ์ ง่ายต่อการอ่าน วิเคราะห์และประเมินผล Log Frame มีลักษณะเด่นหลายประการโดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้ในการวางและวิเคราะห์โครงการอย่างเป็นระบบ และการมองโครงการในเชิงของแผนงาน แต่เนื่องจาก Log Frame ยังมีข้อยุ่งยากในการปฏิบัติอยู่หลายประการ ภายหลังจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จึงยังเขียนโครงการในลักษณะบรรยายอย่างดั้งเดิม แต่มีรายละเอียดข้อมูลและความสมเหตุสมผลเพิ่มมากขึ้น 

หลักการสำคัญของ Log Frame มีดังนี้ 
1. พิจารณาโครงการอย่างเป็นระบบ (แบบแผนงาน) 
2. เน้นการวิเคราะห์โครงการแบบ “ค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกับประสิทธิผล หรือสัมฤทธิ์ผล” (Cost – effectiveness) 
3. ใช้หลักตรรกวิทยา (เหตุและผล) ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ของโครงการ 
4. มีตารางสรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการเป็นกรอบ 

โดยสรุป การจัดทำโครงการแบบ Log Frame เป็นการเขียนโครงการอย่างเป็นระบบ โดยมองความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ ของโครงการและสัมพันธ์กับแผนงานด้วยหลักเหตุผล พร้อมทั้งวิเคราะห์โครงการโดยใช้หลัก “ค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกับประสิทธิผลที่จะได้รับจากโครงการ” หรืออาจจะสรุปเป็นหลักการง่าย ๆ คือ หลักการแสดงความสัมพันธ์ในเชิงเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันและประสานกัน ทั้งในแนวตั้ง (Vertical Logic) และแนวนอน (Horizontal Logic) ขององค์ประกอบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ โดยแสดงรายละเอียดในรูปตาราง 4 X 4 matrix ซึ่งมีตารางรวมทั้งสิ้น 16 ช่อง เพื่อให้ทราบว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์อย่างไร (what) จะดำเนินการอย่างไร (how) ปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ และยังระบุไว้ด้วยว่าจะสามารถวัดผลงานและความสำเร็จของโครงการได้อย่างไร จะได้ข้อมูลมาจากแหล่งใดและโดยวิธีการใด 

องค์ประกอบของ Log Frame 
องค์ประกอบพื้นฐานของโครงสร้าง Log Frame มี 2 ประเภท คือ องค์ประกอบแนวตั้ง และองค์ประกอบแนวนอน ซึ่งมีรายละเอียดและมีส่วนสัมพันธ์กัน ดังนี้ 
1. องค์ประกอบแนวตั้ง จะแสดงการแบ่งระดับการดำเนินงานโครงการออกเป็น 4 ระดับ คือ 
1) ระดับนโยบาย ได้แก่อุดมการณ์หรือจุดมุ่งหมายของแผนงาน หรือ Goal (G) 
2) ระดับวัตถุประสงค์ ได้แก่วัตถุประสงค์ของโครงการ หรือ Purpose (P) 
3) ระดับผลงาน ได้แก่ ผลผลิตของโครงการ หรือ Outputs (O) 
4) ระดับปัจจัย ได้แก่ กิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการที่จะต้องดำเนินการ รวมทั้ง ทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งรวมเรียกว่า กิจกรรมและทรัพยากร (Activities and resources) กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ปัจจัย หรือ Inputs (I) ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบแนวตั้งในระดับต่างๆ จะเห็นได้จากภาพต่อไปนี้ 

 

2. องค์ประกอบแนวนอน แสดงรายละเอียดขององค์ประกอบแนวตั้งในแต่ละระดับ ประกอบด้วย 
1) คำสรุป (Narrative Summary - NS) เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ขององค์ประกอบแนว ตั้งระดับต่าง ๆ ในช่องจุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ ผลงาน และปัจจัยหรือกิจกรรมและทรัพยากร เวลาเขียนลงตารางนิยมเขียนให้สั้นที่สุด 
2) ตัวบ่งชี้ (Objectively Verifiable Indicators – OVI) เป็นดัชนีพิสูจน์ความสำเร็จ ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นข้อความสั้น ๆ ที่จะช่วยให้ทราบว่า การดำเนินงานตามโครงการนั้นประสบความสำเร็จดังข้อกำหนดที่ระบุไว้ในคำสรุปแล้ว ตัวบ่งชี้ความสำเร็จของคำสรุปแต่ละตัวอาจมีได้หลายอย่างหรือหลายตัว 
3) แหล่งข้อมูล และ/หรือวิธีพิสูจน์ (Means of Verification – MOV) รายละเอียด ของช่องนี้จะเกี่ยวข้องกับวิธีการวัดเป็นสิ่งที่จะบอกว่าตัวบ่งชี้ความสำเร็จนั้นได้มาอย่างไร จากไหน เช่น จากการสำรวจหรือจากแหล่งสถิติหรือแหล่งข้อมูลใดบ้าง 
4) เงื่อนไขของความสำเร็จ (Important Assumption – IA) หรือบางแห่งเรียกว่าข้อกำหนดเบื้องต้น (Prerequisite) เป็นการกล่าวถึงสิ่งที่คาดหมาย เพื่อสนับสนุนว่าความสำเร็จที่ระบุไว้ในคำสรุปนั้นจะเกิดขึ้นตามต้องการ ถ้ามีสภาพแวดล้อมหรือมีลักษณะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กล่าวไว้ 
ตัวเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นจะต้องมีความเป็นไปได้และสมเหตุสมผล สอดคล้องกับแหล่งข้อมูลและ/หรือวิธีพิสูจน์ ตัวบ่งชี้ความสำเร็จและคำสรุป ในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลกัน ดังนั้น เมื่อต้องการพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการในขั้นต้นจะสามารถตรวจสอบจากเงื่อนไขได้ก่อนว่า สมเหตุผลหรือมีทางเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด การกำหนดเงื่อนไขจึงเป็นสิ่งที่กระทำได้ไม่ง่ายนัก เงื่อนไขแต่ละกรณีอาจมีได้มากกกว่าหนึ่งถ้ามีความจำเป็นหรือมีเหตุผลเหมาะสม 

รูปแบบของ Log Frame พร้อมลักษณะเฉพาะหรือคำอธิบายของตารางแต่ละช่องจะเป็นดังนี้



ขั้นตอนและวิธีการจัดทำ 
ตารางของ Log Frame แต่ละช่องทั้งในแนวตั้งและแนวนอน จะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะมองจากข้างบนลงมาข้างล่างสุด หรือมองย้อนจากล่างสุดขึ้นไปบนสุดก็ตาม ดังนั้นในการจัดทำโครงการโดยใช้ Log Frame ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อความที่กรอกลงไปในตารางแต่ละช่องในแนวตั้งเป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ มีหลักว่า ถ้ามองจากบนลงมาล่างให้ตั้งคำถาม อย่างไร (How)ลงมาในแต่ละช่อง และในทางกลับกัน ถ้ามองจากล่างสุดขึ้นไปจะต้องตั้งคำถามว่า ทำไม (Why)  เช่นเดียวกัน เมื่อเข้าใจหลักการและองค์ประกอบของตาราง Log Frame แล้ว สามารถจัดทำโครงการได้สะดวกขึ้น ขั้นตอนในการจัดทำโครงการมีดังนี้ 
1. จัดทำโครงการจะต้องรู้ถึงจุดมุ่งหมายของโครงการว่า โครงการมีจุดมุ่งหมายอะไร เพื่ออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร ก่อให้เกิดผลอย่างไร มีปัญหาและวิธีขจัดปัญหานั้นอย่างไร แล้วเขียนสรุปลงในช่องสาระสำคัญในสดมภ์แรกช่องบนสุด (ก.1) 
2. สิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการแรกในการจัดทำโครงการคือ วัตถุประสงค์ของโครงการ โดยยึดหลักว่า โครงการดังกล่าวจะต้องเป็นเครื่องส่งเสริมหรือสนับสนุนให้สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายหรือนโยบายนั้นได้หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการได้แล้ว ให้นำไปสรุปลงในช่องสาระสำคัญ ช่องที่ 2 (ก.2)
3. กำหนดผลงานหรือผลผลิตของโครงการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ผลผลิตของโครงการมีได้หลายอย่าง ลักษณะของผลผลิตจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ แล้วเขียนสรุปลงในช่องสาระสำคัญช่องที่ 3 (ก.3) 
4. กำหนดรายการของกิจกรรมต่าง ๆ หรือปัจจัยที่จะก่อให้เกิดผลงานขึ้น จากนั้น เขียนสรุปในช่องสาระสำคัญช่องล่างสุด (ก.4) เฉพาะกิจกรรมหรือปัจจัยเท่านั้น ส่วนปริมาณ คุณภาพ เวลาและตัวเงิน จะนำไปกรอกในช่องตัวบ่งชี้ (OVI) 
5. เมื่อกรอกข้อความในสดมภ์ที่ 1 เรียบร้อยแล้ว ต่อไปให้เริ่มกรอกข้อความหรือรายละเอียดรายการอื่น ๆ ในสดมภ์ที่ 2 คือเครื่องแสดงความสำเร็จในการดำเนินงานหรือตัวบ่งชี้ (OVI) ซึ่งการลงรายการในช่อง ข. 1 และ ข.2 นี้ ผู้จัดทำโครงการต้องพยายามหาสิ่งที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้หรือวัดว่า สิ่งใดที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จหรือบรรลุจุดมุ่งหมาย เมื่อโครงการบรรลุวัตถุประสงค์แล้วจะมีสภาพการณ์เป็นเช่นไร ซึ่งข้อมูลที่จะใช้เป็นเครื่องบ่งชี้จะต้องเป็นข้อความที่แสดงให้เห็นชัดเจนในเชิงปริมาณ คุณภาพและเวลา ของสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ทั้งนี้ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่จะนำมาวัดได้ยาก 
6. การกรอกข้อความในช่อง ข.3 ปัจจัยที่ชี้ให้เห็นผลผลิตเพื่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์เป็นการแจ้งรายการของผลงานหรือผลผลิตของโครงการแต่ละอย่างว่า มีรายการอะไรบ้างจำนวนเท่าไร คุณภาพเป็นอย่างไร ในเวลาใด ในการเขียนให้พยายามนึกถึง ปริมาณ คุณภาพและเวลาไว้ด้วย บางรายการอาจได้แต่ปริมาณอย่างเดียว แต่ถ้าได้ครบทั้ง 3 อย่าง จะทำให้โครงการมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากขึ้น 
7. ช่อง ข.4 ซึ่งเป็นช่องรายการของค่าใช้จ่ายและปัจจัยหรือกิจกรรม จะแสดงถึงจำนวนกำลังคน วัสดุอุปกรณ์และงบประมาณ เพื่อให้ทราบว่าปัจจัยต่าง ๆ นั้นใช้ทรัพยากรอย่างไรและในจำนวนเท่าไร 
8. กรอกข้อความในสดมภ์ที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงว่า ตัวบ่งชี้หรือเครื่องวัดในสดมภ์ที่ 2 จะได้มาจากแหล่งใด และโดยวิธีใด เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลเมื่อโครงการสิ้นสุดลง 
9. กรอกสดมภ์สุดท้ายคือช่องที่แสดงเงื่อนไขว่าโครงการจะได้รับการสนับสนุนให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามกำหนดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดหรือเงื่อนไขนั้น ๆ เงื่อนไขนี้เป็นสิ่งคาดหมายและอยู่นอกเหนือการควบคุมหรือสั่งการของผู้บริหารโครงการ 
10. ให้พิจารณาช่องต่าง ๆ ตามแนวนอน เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์และความเป็นเหตุเป็นผลของแต่ละช่อง ดังนั้น เมื่ออ่านโครงการดูจะเห็นว่า เป็นการเขียนโครงการที่มีเหตุผลรับกันเป็นช่วง ๆ จากบนลงมาล่าง จากข้างล่างขึ้นข้างบน จากซ้ายไปขวา และจากขวาไปซ้าย ซึ่งการที่จะทำโครงการโดยวิธีนี้จะต้องค้นคว้าหาข้อมูลและสถิติต่าง ๆ จำนวนมาก รวมทั้งต้องร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรง คุณวุฒิในแต่ละสาขาที่โครงการนั้น ๆ จะต้องไปเกี่ยวข้อง 

ลักษณะเฉพาะของ Log Frame 
1. จุดมุ่งหมายวัตถุประสงค์ของแผนงาน (Program Goal) ต้องระบุโดยสรุปให้ชัดเจนว่า ต้องการ “เพิ่ม” หรือ “ลด” หรือ “บรรลุ” อะไร 
2. ในโครงการหนึ่ง ๆ จะมีวัตถุประสงค์ของโครงการ (Project Purpose) เพียง 1 ตัว ต้องระบุโดยสรุปให้ชัดเจนว่าต้องการ “เพิ่ม” หรือ “ลด “หรือ “บรรลุ” อะไร และคำที่ใช้จะต้องไม่ซ้ำกับผลงาน (Outputs) ของโครงการ 
3. ผลงานของโครงการ (Project Outputs) ทุกรายการ มีความจำเป็นต้องบรรลุเพื่อที่จะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ (Project Purpose) โดยผลงานจะต้องมีใจความสรุปชัดเจนแสดงถึงผลของการใช้ทำกิจกรรมและทรัพยากร (Inputs) 
4. กิจกรรมและทรัพยากร (Inputs) ต้องแสดงให้เห็นทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะปฏิบัติและปัจจัยต่าง ๆ (Resources) ที่ใช้ในกิจกรรมนั้น ๆ อย่างเพียงพอที่จะบรรลุผลงาน (Outputs) ของโครงการ 
5. จุดมุ่งหมายของแผนงาน (Program Goal) ของวัตถุประสงค์โครงการ (Project Purpose) ผลงานของโครงการ (Project Outputs) และกิจกรรมและทรัพยากร (Inputs) ที่ใช้ จะต้องมีความสัมพันธ์กันในแนวดิ่ง ต้องมีเหตุผล ทั้งจากบนลงล่าง (Top down) และจากล่างขึ้นบน (Bottom up) 
6. เงื่อนไขประกอบงานของโครงการ (Important Assumptions) ที่ระบุไว้ จะเป็นเงื่อนไขที่มีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของโครงการในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับกิจกรรมและทรัพยากร (Inputs) ผลงาน (Outputs) วัตถุประสงค์ (Purpose) และ จุดมุ่งหมาย (Goal) โดยใช้ข้อความสั้น ๆ และวัดได้ 
7. รายละเอียดตัวชี้วัดพร้อมเป้าหมาย (Objectively Verifiable Indicators) ต้องอธิบายออกมาเป็นทั้งตัวอักษรและตัวเลขที่สามารถวัดขนาด ปริมาณเวลา คุณภาพและค่าใช้จ่ายได้ 
8. สิ่งพิสูจน์ตัวชี้วัด (Means of Verification) ต้องระบุว่าข้อมูลหรือหลักฐานที่ใช้มาจากไหน ต้องตรวจสอบได้ และมีการนำมาใช้เป็นมาตรฐานวัดอย่างแท้จริง 

ข้อดีและข้อบกพร่อง ของการจัดทำโครงการด้วยตารางเหตุผลสัมพันธ์ 
ข้อดี 
1. เป็นการเขียนโครงการตามหลักตรรกวิธีซึ่งจะทำให้โครงการมีความสมเหตุสมผลน่าเชื่อถือและบรรจุเนื้อหาสาระอย่างเป็นหมวดหมู่และมีความชัดเจนไว้ในที่เดียวกัน ช่วยทำให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจโครงการได้อย่างรวดเร็ว 
2. เป็นเครื่องมือที่บังคับให้ผู้จัดทำแผน/โครงการ คิดวางแผนโครงการให้ละเอียดถี่ถ้วน 
3. อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้วิเคราะห์โครงการหรือผู้พิจารณาโครงการ เพราะสิ่งที่ต้องพิจารณาปรากฏอยู่ใน Log Frame หมดแล้ว 
4. สำหรับผู้บริหารโครงการ Log Frame จะช่วยให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจสรุปโครงการ และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี 
5. ผู้ประเมินโครงการสามารถพิจารณาการประเมินผลจาก Log Frame ได้โดยดูจากตัวบ่งชี้ แหล่งข้อมูลหรือวิธีการพิสูจน์และเงื่อนไข 
6. ในกรณีที่มีปัญหาอุปสรรคทำให้โครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ก็อาจจะใช้ Log Frame เป็นแนวทางที่จะตัดสินใจว่าสมควรจะปรับปรุงโครงการนั้น หรือจะจัดทำโครงการขึ้นมาใหม่เพื่อเสริมโครงการเดิมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

ข้อบกพร่อง 
1. การจัดทำโครงการแบบ Log Frame จะต้องจัดเตรียมข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องยากในการปฏิบัติ 
2. การเขียนรายละเอียดโครงการลงในแต่ละช่องของ Log Frame จะต้องระมัดระวังให้มีความรัดกุมชัดเจน และสอดคล้องเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน จึงใช้เวลาในการเขียนมาก ทำให้ไม่ได้รับความนิยมจากผู้จัดทำโครงการที่จะนำเอา Log Frame มาใช้ในการจัดทำโครงการเท่าที่ควร 
3. การจัดทำโครงการระบบ Log Frame มีประโยชน์มากในการเขียนโครงการที่มีวัตถุประสงค์ประการเดียว (Single Objective) ถ้าจะนำวิธีการนี้มาเขียนโครงการที่มีวัตถุประสงค์หลายอย่าง (Multiple Objective) มักจะใช้เขียนไม่ได้ ดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงต้องแยกเขียนเป็นโครงการย่อย ๆ หลายโครงการ เพื่อทำให้โครงการที่เขียนแต่ละโครงการมีวัตถุประสงค์เพียงประการเดียว 

บทสรุป 
Logical Framework หรือ Log Frame เป็นเทคนิคในการจัดทำโครงการที่มีการพิจารณาโครงการอย่างเป็นระบบ เน้นหลักการวิเคราะห์แบบ “ค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกับประสิทธิผล หรือผลสัมฤทธิ์” (Cost – Effectiveness) และใช้หลักตรรกวิทยา (เหตุและผล) ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่สำคัญของโครงการ โดยมีการสรุปสาระสำคัญของโครงการไว้ในตาราง 16 ช่อง แต่ Log Frame เองยังมีข้อยุ่งยากในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดและการเขียนสรุปสาระลงตารางที่สอดคล้องเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเขียนโครงการ ที่ผ่านมาจึงทำให้ Log Frame ไม่เป็นนิยมในช่วงหลัง ๆ แต่ปัจจุบันระบบราชการปรับตัวเข้าสู่การบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ที่จะต้องระบุผลผลิต ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสามารถวัดผลสำเร็จของแผนงานโครงการต่าง ๆ การเขียนโครงการแบบ Log frame จะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของการทำงานต่าง ๆ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและติดตามประเมินผลได้ Log Frame จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์นั่นเอง อย่างไรก็ตามแต่ละหน่วยงานยังมีรูปแบบการเสนอโครงการที่เป็นแบบดั้งเดิม ผู้เขียนขอเสนอให้คิดและร่างกรอบโครงการลงในตารางเหตุผลสัมพันธ์ แล้วจึงค่อยนำมาบรรยายตามประเด็นหัวข้อที่กำหนด โดยให้มีสาระสำคัญตาม Log frame หรือกรณีมีโครงการอยู่แล้ว และต้องการทดสอบความสัมพันธ์ความเป็นเหตุและผลของโครงการ อาจใช้วิธีกลับกัน โดยให้สรุปสาระสำคัญของโครงการลงในตาราง Log frame 

อ้างอิง :
http://www.chinorot.ac.th/group4/plan_table_relationship3.doc ในรูปแบบ html
ประกาศเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2552
เทศบาลตำบลบางเสาธง ตำบลบางเสาธง กิ่ง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ โทร.0-2315-1606,0-2330-3501-5 โทรสาร.0-2315-1982
Copyright © 2005-2007 :: PETRO IT Ltd., Part :: All Right Reserved. :: info@petroit.net